Jirayu 的个人资料Mr.Whisper照片日志列表更多 工具 帮助

Mr.Whisper

You'll always keep me flying high in the sky of love...

Jirayu

地点
兴趣
第 1 张,共 10 张
尚未添加列表。
2007年11月

รู้จักกับ HTML ฉบับใช้เป็น #3

คราวนี้ผมจะเสนอเรื่องเกี่ยวกับกับมาตรฐานที่ใช้ออกแบบหน้าเว็บอย่างหนึ่งก็คือการใช้ตารางครับ  ซึ่งขอบอกก่อนว่าปัจจุบันฝรั่งเขาไม่นิยมใช้วิธีนี้กันแล้วครับถึงแม้มันจะโหลดได้เร็วและง่ายก็ตามที  เหตุผลน่ะเหรอ?  ฝรั่งเขาบอกว่าชื่อมันบอกว่าตาราง  ก็ควรจะให้มันทำหน้าที่เป็นตารางสิ  อ้าว - -"

มาตรฐานการจัดหน้าเว็บด้วย <table> ตอนที่ 1
การสร้างตารางนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 แท็กย่อยๆลงไปนะครับ  ซึ่งการเขียนโครงสร้างตารางจะใช้ดังนี้ครับ


<table>
   <tr>
     <td>
       ...
      
เนื้อหา
       ...
     </td>
   </tr>
</table>

 

ซึ่งการสร้างตารางแบบนี้จะเป็นเพียงแค่โครงสร้างพื้นฐานครับ  output ออกมาไม่ค่อยงามนักหรอก  ซึ่งแท็กต่างๆสามารถอธิบายได้ดังนี้ครับ  คือ


<table> ... </table>   : ประกาศสร้างตาราง
 
<tr> ... </tr>         : สร้างแถวแนวนอน (row)
 <td> ... </td>         : สร้างแถวแนวตั้งหรือคอลัมน์ (column)

 

ซึ่งตารางที่ได้จากโค๊ดด้านบนนั้นจะไม่สวยงามนักอย่างที่บอกไป  ซึ่งเราสามารถกำหนดพารามิเตอร์เพิ่มเติมให้กับตารางได้อีกด้วย  เช่นขนาดเส้นขอบ  สีเส้นขอบ  สีพื้นหลัง  รูปภาพพื้นหลัง  ความกว้าง  ความสูง  หรือรูปแบบ(สไตล์)  รวมถึงระยะหว่างระหว่างเซลล์  และระยะห่างจากเซลล์อีกด้วยนะครับ

ส่วนพารามิเตอร์ที่เราจะใช้บ่อยๆนั้น  จะมีอยู่เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นครับ  คือ background , bgcolor , border , bordercolor , width , height , cellpadding , cellspacing , class และ style ครับ


background     : กำหนดภาพพื้นหลังของตาราง
bgcolor        : กำหนดสีพื้นหลังของตาราง(จะอยู่ใต้ภาพอีกทีหนึ่ง)
border         : กำหนดขนาดเส้นขอบ
bordercolor    : กำหนดสีเส้นขอบ
width          : กำหนดความกว้าง
height         : กำหนดความสูง
cellpadding    : กำหนดระยะห่างจากขอบเซลล์
cellspacing    : กำหนดพื้นทีว่างระหว่างเซลล์
class          : กำหนดคลาส(คลาสใน css)
style          : กำหนด style

 

ทีนี้จะเกิดคำถามกัน  ว่าแอตทริบิวต์ไหนใช้กับแท็กไหนบ้าง  ก็จะสามารถแยกได้ตามนี้ครับ(ตามที่ผมเคยใช้นะ)

  Table tr td
background / / /
bgcolor / / /
border /    
bordercolor /    
width / / /
height     /
cellpadding /    
cellspacing /    
class / / /
style / / /

คราวนี้ผมต้องขอจบเรื่องของตารางไว้แค่นี้ก่อนนะครับ  เดี๋ยววันหลังจะมาอัพต่อ  เพราะยังเหลือเรื่อง colspan และ cellspan อยู่อีก  ไม่ยาวมาก  แต่วันนี้ขี้เกียจแล้ว -*-  แล้วกันในตอนต่อไปครับ

2007年8月

รู้จักกับ HTML ฉบับใช้เป็น #2

หลังจากตอนที่แล้ว  เอาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานกับการจัดการข้อความมาเสนอ  คราวนี้เลยเอาเรื่องต่อๆไปที่น่าจะได้ใช้มาเสนอครับ

คำสั่งต่อไปที่จะมาเสนอคือการสร้างลิงค์และ Anchor ครับ
การสร้างลิงค์และ Anchor นั้นก็คือการสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างเพจหรือในเพจนั้นเองครับ  สำหรับลิงค์ทั่วๆไปก็คือการกระโดดไปยังเพจอื่น  เช่นการเลือกกระทู้แล้วกดดูกระทู้นั่นเอง  ส่วนการสร้าง Anchor นั้นจะเป็นการกระโดดไปยังจุดต่างๆบนเว็บเพจ  เช่นระบบคำถามที่พบบ่อย(FAQ)นั่นล่ะครับ

สาเหตุที่นำมาเสนอพร้อมๆกันนั่นก็เพราะว่าทั้งสองอย่างนั้นใช้แท็กเดียวกันในการสร้างครับ  แต่ต่างกันที่พารามิเตอร์  ซึ่งผมจะพาไปดูการสร้างลิงค์ก่อนครับ

การสร้างลิงค์นั่นเราจะสร้างขึ้นมาในรูปแบบนี้ครับ


 <a href="<URL เป้าหมาย>">ข้อความที่จะแสดง</a>
 

สำหรับในพารามิเตอร์ href นั้น  จะสามารถกำหนดได้สองแบบครับ  คือการอ้างจากไดเรคทอรี่ปัจจุบัน  กับการกำหนดเป็น Full Path ครับ  ซึ่งการอ้างจากไดเรคทอรี่ปัจจุบัน  จะยึดเอาไดเรคทอรี่ที่ไฟล์นั้นๆอยู่เป็นรูต(root)  ซึ่งถ้าสมมุติว่าไฟล์ index.htm อยู่ในไดเรคทอรี่ c:\html\index.htm แล้วเราต้องการที่จะสร้างลิงค์ไปยัง c:\html\articles\list.htm เราจะสามารถเขียนโค๊ดได้ตามนี้  คือ


 <a href="articles/list.htm">แสดงบทความ</a>
 

หวังว่าคงจะเข้าใจกันนะครับ  อ้อ  สำหรับเครื่องหมาย / เราจะใช้ / นะครับ  ไม่ใช้ \ ตามแบบวินโดวส์

ต่อไปคือการอ้างแบบ Full Path ซึ่งการอ้างแบบ Full Path นั้นจะเป็นการอ้างตั้งแต่ http:// หริอ file:// (ซึ่งที่จริงแล้วเราก็ใช้กันแค่ http:// กับ ftp:// แค่นั้นล่ะ)  อย่างเช่นเราต้องการที่จะสร้างลิงค์ไปยัง http://mail.live.com เราจะเขียนโค๊ดดังนี้


 <a href="http://mail.live.com">Windows Live Mail</a>
 

ให้ระวังด้วยนะครับ  ถ้าจะอ้างแบบ Full Path อย่าลืมเติมโปรโตคอลนำหน้า  ไม่อย่างนั้นมันจะเข้าใจว่าเป็นการอ้างจากไดเรคทอรี่ปัจจุบันครับ

ต่อไปเราจะมาดูการสร้าง Anchor กันครับ  การสร้าง Anchor นั้นก็ตามที่กล่าวไปแล้ว  ว่าเป็นการกระโดดไปยังจุดต่างๆบนเว็บเพจ  ซึ่งเวลาเราจะสร้าง Anchor นั้นเราจะเขียนอย่างนี้ครับ


 <a name="<ชื่อ Anchor>"></a>
 

จากข้างบน  จะสังเกตุได้ว่าเราไม่ได้ใส่ข้อความเข้าไปในระหว่าง <a> และ </a>  ซึ่งในกรณีเราไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ครับ  เพราะว่าใส่เข้าไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนเปลง  ส่วนการกระโดดไปยัง Anchor นั้นเราจะเขียนเป็นโค๊ดดังนี้ครับ


 <a href="#<ชื่อ Anchor>">ข้อความที่จะแสดง</a>
 

อย่างเช่นสมมุติว่าเรามี Anchor อยู่ตัวหนึ่ง  ชื่อ anchor1 เราจะกระโดดไปที่ Anchor ตัวนี้  ก็เพียงแค่เขียนโค๊ดดังนี้ครับ


 <a href="#anchor1"></a>
 

นอกจากนี้แล้วยังมีพารามิเตอร์อีกตัวหนึ่งที่จะเพิ่มลูกเล่นให้กับแท็ก <a> ครับ  นั่นก็คือพารามิเตอร์ target  ซึ่งจะเป็นการกำหนดเป้าหมายของการเชื่อมโยง  ว่าจะให้เปิดหน้าต่างใหม่  เปิดในหน้าต่างเดิม  เปิดในเฟรม  หรือเปลี่ยนทั้งเพจ(กรณีใช้เฟรมเซต)  ตามข้อมูลข้างล่างนี้ครับ


 _self    : เปิดในหน้าปัจจุบัน (ซึ่งถ้าไม่ได้กำหนดอะไรไว้  เบราเซอร์ก็จะใช้ค่านี้อยู่แล้ว)

 _top     : เปิดในหน้าปัจจุบันทั้งหน้า (ใช้ในกรณีที่ใช้เฟรมเพจ)

 _blank   : เปิดในหน้าต่างใหม่
 

นอกจากนี้เรายังสามารถยิงเป้าหมายไปยังเฟรมต่างๆได้ด้วย  โดยเราจะกำหนดค่าพารามิเตอร์ target ไว้เป็นชื่อเฟรม  เช่นเราสร้างเฟรมขึ้นมา(ทั้ง iframe และ framset นั่นล่ะ)  แล้วกำหนดชื่อให้ว่า  เอ่อ  body แล้วกัน  ถ้าเราต้องการที่จะเขียนลิงค์  แล้วให้แสดงเพจเป้าหมายในเฟรม body  เราจะเขียนโค๊ดดังนี้ครับ


 <a href="http://search.live.com" target="body">Windows Live Search</a>
 

 

แทรกรูปภาพลงเว็บเพจด้วย <img>
แท็ก <img> นั้นเป็นแท็กที่มีไว้สำหรับใช้ในการแทรกรูปภาพต่างๆลงไปในเว็บเพจครับ  ซึ่งแท็กนี้ไม่ต้องการแท็กปิดแต่อย่างใด  ซึ่งการใช้งานแท็กนี้จะเขียนเอาไว้ในรูปแบบนี้ครับ


 <img src="<URL ไฟล์ภาพ>">
 

และในส่วนของ URL ไฟล์ภาพนั้นเราสามารถใช้วิธีอ้างอิงได้แบบเดียวกับการอ้างอิงในแท็ก <a> ครับ  คือแบบอ้างจากไดเรคทอรี่ปัจจบัน  และแบบ Full Path

และนอกจากนี้เรา  ยังเรากำหนดเส้นขอบให้กับภาพได้อีกด้วย  ดังนี้ครับ


 <img src="http://thaiphp.newsit.es/images/avatars/images[21].jpg" border="2">
 

ซึ่งผลที่ออกมาจะเป็นภาพ  มีขอบหนา 2 พิกเซล  สีเส้นชอบเป็น #00FAFA  ดังนี้ครับดังรูปทางซ้าย  และไม่มีเส้นขอบดัวรูปทางขวาครับ


  
 

นอกจากการกำหนดขอบแล้ว  เรายังสามารถกำหนดขนาดภาพที่จะแสดงได้ด้วย  โดยการเพิ่มพารามิเตอร์เข้าไปในแท็ก  โดยใช้ width สำหรับความกว้าง  และพารามิเตอร์ height สำหรับความสูง  และถ้าเรากำหนดเพียง width หรือ height เพียงอย่างเดียว  ปกติแล้วเบราเซออร์จะทำการปรับขนาดภาพแบบ scale ให้โดยอัตโนมัติด้วยครับ(การปรับแบบ scale คือการคงสัดส่วน กว้าง/สูง ให้คงที่ครับ)

2007年8月

รู้จักกับ HTML ฉบับใช้เป็น #1

เอาล่ะ อัพเดทบล็อกครั้งแรก ขอเป็นสาระแล้วกันนะ เรามารู้จักกับ HTML กับดีกว่า

จะเขียน HTML ต้องมีอะไรบ้าง?
ก็มีแค่โปรแกรม Text Editor สักตัว  ถ้าไม่อยากสรรหาก็ใช้ NotePad ที่มากับวินโดวส์ก็ได้ครับ  ง่ายดี  นอกจากนี้ก็มีความรู้เรื่องภาษา html แล้วก็  เอ่อ  เอ่อ  อ้อใช่!  ขาดไมได้เลยกับ Web Browser สักตัว  เพื่อใช้ในการพรีวิวไฟล์ html ที่เราเขียนขึ้นมา  ซึ่งบนวินโดวส์นั้นจะมี Internet Explorer ติดตั้งมาให้อยู่แล้ว  ส่วนบนลีนุกซ์ก็เห้นจะมี Konquerer กับ Mozilla ครับ  ส่วนทางแมคอินทอชก็จะเป็น Safari  ส่วนตอนบันทึกไฟล์ก็อย่าลืมตั้งนามสกุลเป็น .htm หรือ .html ล่ะ

 

เรามารู้จักโครงสร้างของภาษา html กันก่อนดีกว่า
ในการเขียนภาษา html  เราจะพิมพ์เป็นข้อความดิบๆลงไปเลยก็ได้ครับ  เว็บเบราเซอร์ก็จะประมวลผลแล้วก็แสดงข้อความพวกนั้นออกมาเลย

แต่อย่างนั้นมันก็ทุเรศล่ะสิ?

ถูกต้องครับ - -"  เราก็เลยมีการจัดรูปแบบ html เกิดขึ้น  คือพวกแท็กต่างๆครับ  ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานของไฟล์ html จะมีตามนี้ครับ


  <html>
    <head>
      <title>
ข้อความที่จะแสดงบน Title Bar</title>
      ...
    
 แท็กเพิ่มเติมต่างๆ  เช่น <script> , <meta> , <style>
      ...
    </head>
    <body>
      ...
      ส่วนสำหรับการแสดงผลบนเบราเซอร์
      ...
    </body>
  </html>

 

จากข้างบน  จะสั่งเกตุได้ว่าเวลาเรามีการเปิดแท็ก  เราจะมีแท็กปิดด้วยเสมอ  แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ทุกแท็กนะครับที่จำเป็นต้องมีแท็กปิด(ไว้ศึกษาพวก XHTML น่ะ  ถึงจะต้องปิดแท็กทุกๆแท็ก)  เช่นพวก <br> , <meta> , <img>  ซึ่งเราจะกล่าวกันในตอนต่อๆไปครับ

 

การจัดรูปแบบข้อความ  เปลี่ยนสี  ขนาด  หรือฟอนต์
สำหรับการจัดรูปแบบข้อความนั้น  เรามักจะใช้แท็ก <font> ในการจัดการ  ซึ่งจะมีการใช้งานดังนี้ครับ


 <font face="Tahoma" size="2" color="#0000FF">Mr.Whisper</font>
 

จากตังอย่างข้างบน  เมื่อแสดงผลออกทางเบราเซอร์  จะได้ผลดังนี้ครับ


 Mr.Whisper
 

ซึ่งจากในแท็ก font ที่ผ่านมา  พารามิเตอร์ต่างๆจะมีหน้าที่ตามนี้ครับ


 face    กำหนดรูปแบบฟอนต์
 size   
กำหนดขนาดข้อความ
 color  
กำหนดสีข้อความ

 

แล้วให้ระวังเรื่องพารามิตเตอร์ face ด้วยนะครับ  คือว่าฟอนต์มันจะเรียกเอาจากเคืร่องฝ่ายที่ดูนะครับ  จึงควรจะเลือกฟ้อนต์ที่มีสามัญอยู่ในเคืร่องส่วนใหญ่ครับ  นอกจากนี้จะยังมีพารามิเตอร์ style อีกอันหนึ่ง  ซึ่งเราจะไปพูดกันในครั้งอื่นนะครับ

และสำหรับการจัดรูปแบบข้อความอย่างอื่น  เช่นการทำตัวหนา  ตัวเอียง  หรือขีดเส้นใต้  เราจะใส่แท็กข้างล่างนี้ครอบข้อความเอาไว้ครับ


 แท็ก : <b>...</b>
 
การใช้งาน : ทำตัวหนา
 ตัวอย่าง : <b>Mr.Whisper</b>
 
ผลที่ได้
: MrWhisper

 แท็ก : <i>...</i>
 
การใช้งาน : ทำตัวเอียง
 ตัวอย่าง : <i>Mr.Whisper</i>
 
ผลที่ได้
: MrWhisper

 แท็ก : <u>...</u>
 
การใช้งาน : ขีดเส้นใต้
 ตัวอย่าง : <u>Mr.Whisper</u>
 
ผลที่ได้ : MrWhisper
 

นอกจากที่เราจะใช้แยกแท็กเป็นเดียวๆแล้ว  เรายังสามารถนำแท็กเหล่านั้นมาใช้รวมกันได้  อย่างนี้ครับ


 <font face="tahoma" size="2" color="#00FF00"><b><i><u>Mr.Whisper</u></i></b></font>
 

ซึ่งผลที่ได้นั้นก็คือเป็นฟอนต์ tahoma ขนาด 2 พ็อยต์  สีเขียว  ตัวหนา  ตัวเอียง  และขีดเส้นใต้  ตามนี้ครับ


 Mr.Whisper
 

เดี๋ยวไว้จะอัพต่อในเรื่องอื่นนะครับ  เช่นพวกรูปภาพและตาราง  แล้วเจอกันครับ